กิจกรรม Problem Based Learning โรงเรียนนิลประพันธ์ นักเรียนร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอดพลาสติกใช้แล้วนักเรียนโรงเรียนนิลประพันธ์ลงมือทำกิจกรรม Problem Based Learning ประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอดพลาสติกร่วมกัน

Problem Based Learning คือการจัดการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจาก "โจทย์ปัญหา" ให้เด็กร่วมกันคิด วิเคราะห์ ทดลอง และหาทางแก้ไข โดยครูทำหน้าที่ผู้ตั้งคำถามและประคับประคอง ไม่ใช่ผู้บอกคำตอบสำเร็จรูป ต่างจากการเรียนแบบท่องจำที่เด็กรับคำตอบจากครูโดยตรง PBL ให้เด็กเผชิญปัญหาก่อน แล้วค่อยๆ ค้นหาคำตอบด้วยกระบวนการคิดของตัวเอง

กุญแจสำคัญ
PBL จัดภาคเรียนละ 1-2 ครั้ง ไม่ใช่ทุกคาบเรียน

โรงเรียนสอดแทรก PBL ผ่านกิจกรรมเด่นหรือเทศกาลสำคัญ ส่วนวันเรียนปกตินักเรียนยังฝึกทักษะกระบวนการคิดต่อเนื่องผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตร

PBL ต่างจาก Project Approach ที่โรงเรียนใช้อยู่แล้วอย่างไร

ผู้ปกครองหลายท่านอาจเคยเห็นคำว่า "Project Approach" ในหน้าหลักสูตรอนุบาลของเรา ทั้งสองแนวทางเสริมกันแต่จุดเริ่มต้นต่างกัน จุดต่างหลักอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้ตั้งโจทย์และเป้าหมายปลายทางคืออะไร

ประเด็นProblem-Based LearningProject Approach
จุดเริ่มต้นโจทย์ปัญหาที่ครูตั้งขึ้นหัวข้อที่เด็กสนใจเอง
เป้าหมายหาทางแก้ปัญหา ทดลองแนวคิดสร้างผลงาน สำรวจหัวข้อเชิงลึก

โรงเรียนไม่ได้เคลมว่าทุกกิจกรรมคือ PBL เราผสมทั้งสองแนวทางตามความเหมาะสมของแต่ละระดับชั้น ระดับอนุบาลเน้น Project Approach เป็นหลักเพราะเด็กยังอยู่ในวัยสำรวจตามความสนใจ ส่วนระดับประถมเริ่มสอดแทรก PBL มากขึ้นผ่านกิจกรรมที่มีโจทย์ปัญหาชัดเจน

นอกจากกิจกรรมเด่น วันเรียนปกติฝึกแก้ปัญหาด้วยไหม

ใช่ กิจกรรมด้านล่างคือไฮไลต์ที่จัดภาคเรียนละ 1-2 ครั้งผ่านเทศกาลหรือโครงการใหญ่ ไม่ใช่ตัวแทนการฝึกคิดแก้ปัญหาทั้งหมดของโรงเรียน นักเรียนระดับประถมยังฝึกทักษะกระบวนการคิดต่อเนื่องในวิชาวิทยาศาสตร์ตามกรอบทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ 8 ทักษะ (ป.1–3) และ 13 ทักษะ (ป.4–6) ที่ระบุไว้ในหน้าหลักสูตรประถม กิจกรรมเด่นด้านล่างคือจุดที่ทักษะเหล่านั้นถูกนำมาใช้แบบเข้มข้นและเห็นผลชัดที่สุด ไม่ใช่จุดเดียวที่เด็กได้ฝึก

ตัวอย่างกิจกรรม PBL จริงที่โรงเรียน

1. ลอยกระทง + การทดลองแรงพยุง (พฤศจิกายน 2568)

โจทย์: ทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติให้ลอยน้ำได้นานและรับน้ำหนักเหรียญทดสอบได้ เด็กออกแบบ ทดลองวัสดุ คำนวณ และปรับปรุงชิ้นงานร่วมกัน เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดว่าเด็กต้องลองผิดลองถูกจริงก่อนได้คำตอบ

2. ประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอดกาแฟใช้แล้ว (เทอม 2/2567)

โจทย์ลดขยะพลาสติกในโรงเรียน ครั้งนั้นมีวิทยากรรับเชิญพิเศษร่วมจุดประกายไอเดีย เป็นตัวอย่างกิจกรรมของปีการศึกษาก่อนหน้า ไม่ใช่โปรแกรมที่จัดประจำทุกปี

ครูโรงเรียนนิลประพันธ์สอนนักเรียนประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอดพลาสติกใช้แล้ว กิจกรรม Problem Based Learning ลดขยะในโรงเรียน
3. วรรณคดี + ประดิษฐ์ชุดจากวัสดุรีไซเคิล (กรกฎาคม 2568)

เด็กออกแบบชุดจากวัสดุเหลือใช้ให้สวมใส่ได้จริงและแข็งแรงพอ เชื่อมโยงเนื้อหาวรรณคดีเข้ากับการแก้โจทย์เชิงวิศวกรรมง่ายๆ

4. พับกระดาษ (Origami) เชื่อมวิทยาศาสตร์ (กันยายน 2568)

โจทย์: พับกระดาษให้รับน้ำหนักได้มากที่สุด เรียนรู้แรงกดและรูปทรงเรขาคณิตผ่านมือตัวเอง

เด็กต้องคิด ทดลอง และแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน จึงจะได้คำตอบที่แท้จริง

เชื่อมกับหลักสูตรที่โรงเรียนใช้อยู่แล้ว

แนวคิดนี้ขยายความจากสิ่งที่โรงเรียนยึดถืออยู่แล้วในหน้าหลักสูตรประถม การเน้นให้เด็ก "คิดเป็น ทำเป็น และสื่อสารได้" ไม่ใช่คำใหม่ที่เพิ่งคิดสำหรับบทความนี้ โรงเรียนยังบูรณาการการแก้ปัญหาเข้ากับหลักสูตร STEAM อีกทางหนึ่งด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ หลักสูตร STEAM สร้างนักคิด แก้ปัญหาเป็น และดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ ภาพกิจกรรมของโรงเรียน

คำถามที่พบบ่อย

โรงเรียนจัดกิจกรรม PBL บ่อยแค่ไหน?

ภาคเรียนละ 1-2 ครั้งใหญ่ผ่านกิจกรรมหรือเทศกาลสำคัญ ไม่ใช่ทุกคาบเรียน ส่วนวันเรียนปกตินักเรียนยังฝึกทักษะกระบวนการคิดต่อเนื่องผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ตามกรอบทักษะที่ระบุในหลักสูตรประถม

PBL ต่างจาก Project Approach ในระดับอนุบาลอย่างไร?

Problem-Based Learning เริ่มจากโจทย์ปัญหาที่ครูตั้งขึ้นและมุ่งหาทางแก้ไข ส่วน Project Approach เริ่มจากหัวข้อที่เด็กสนใจเองและมุ่งสร้างผลงานหรือสำรวจเชิงลึก โรงเรียนใช้ Project Approach เป็นหลักในระดับอนุบาล และเริ่มสอดแทรก PBL มากขึ้นในระดับประถม

นอกจากกิจกรรมเด่นที่เห็น วันเรียนปกติมีการฝึกแก้ปัญหาด้วยหรือไม่?

มี นักเรียนระดับประถมฝึกทักษะกระบวนการคิดต่อเนื่องในวิชาวิทยาศาสตร์ตามกรอบ 8 ทักษะ (ป.1–3) และ 13 ทักษะ (ป.4–6) กิจกรรมเด่นที่ยกตัวอย่างในบทความนี้คือจุดที่ทักษะเหล่านั้นถูกนำมาใช้แบบเข้มข้นที่สุด ไม่ใช่จุดเดียวที่เด็กได้ฝึก